ท่องเที่ยว: สถานที่ท่องเที่ยว

ชุมชนตำบลสงเปือย (ป่าชุมชนดงต่อ) จังหวัดยโสธร

ต.สงเปือย อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร
8 วิว
อัปเดตล่าสุด: 13/08/2026
รูปภาพ
ข้อมูลแหล่งเรียนรู้ / ท่องเที่ยว
สาระการเรียนรู้ / จุดเด่น
ประวัติศาสตร์
ที่ตั้งรายละเอียด
ป่าชุมชนดงต่อ ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนเเก้ว จังหวัดยโสธร
เวลาให้บริการ
ทุกวัน
การเดินทาง
รถส่วนตัว
วิทยากร / ปราชญ์
นายวินัย กกฝ้าย

รายละเอียดเนื้อหา
1
วัตถุประสงค์
ชุมชนตำบลสงเปือย (ป่าชุมชนดงต่อ) เป็นชุมชนที่มีการบริหารจัดการร่วมกันผ่านกลไกคณะทำงานทั้ง 9 หมู่บ้าน ทำให้ป่ายังคงสภาพ “ป่าโบราณ” ที่เป็นฐานทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นพื้นที่ไข่แดงกลางตำบลสงเปือย ด้วยสภาพพื้นที่เคยเป็นที่ตั้งเมืองโบราณยุคอาณาจักรทวารวดี ชาวบ้านจึงมีความเชื่อเรื่องผีปู่ตาจึงทำให้ป่ายังคงสภาพป่าเป็นป่าดิบแล้งหนาแน่นด้วยยางนาอายุนับร้อยปี มีลูกไม้กระจายอยู่จำนวนมาก ป่ายังเป็นพื้นที่รับน้ำในฤดูน้ำหลาก ป่ามีความหลากหลายของพันธุ์พืชซึ่งเป็นลักษณะของป่าโบราณที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีแมลง สัตว์ในป่าที่เป็นแหล่งอาหารสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนบนเนื้อที่ 1,307 ไร่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการลดการใช้สารเคมีของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ถึงร้อยละ 50 ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด กระบวนการรักษาป่าจึงถูกถ่ายทอดและขยายผลสู่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนพื้นที่ ต.สงเปือยตลอดจนเกิดการขยายผลเครือข่ายการจัดการป่าออกไปอีก 3 ป่า ถือเป็นต้นแบบของการจัดการป่า การสร้างการเรียนรู้ และการยกระดับความรู้สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตทีดีของคนในชุมชน ชุมชนนักอนุรักษ์ป่าบนฐานอัตลักษ์วิถีชุมชน ต.สงเปือย (ป่าชุมชนดงต่อ) ตั้งอยู่บริเวณเมืองโบราณในยุคอาณาจักรทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12 - 16) พบหลักฐานซากเมืองโบราณ (เมืองโบราณดงเมืองเตย อยู่ทางทิศใต้ของบ้านดงเมืองเตย ต.สงเปือย) ก่อตั้งหมู่บ้านขึ้นเมื่อประมาณปี 2275 - 2280 โดยตั้งชื่อหมู่บ้านตามลักษณะของต้นเปือยหรือต้นตะแบก ซากเมืองโบราณดงเมืองเตย อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้านสงเปือย ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอประมาณ 7 กิโลเมตร ภายในบริเวณดงเมืองเตยมีซากวัด สระน้ำกำแพงเมือง ซึ่งปัจจุบันได้ชำรุดลงไปมากแล้ว แต่ยังมีเค้าโครงเดิม พอจะสันนิษฐานได้ว่าเดิมเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณสมัยเจนละทวารวดี ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 จากข้อความที่พบในจารึกของกษัตริย์เจนละแสดงว่าโบราณสถานแห่งนี้สร้างขึ้นเป็นศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์ที่นับถือพระศิวะ ในช่วงเวลานั้น บริเวณดงเมืองเตย รวมทั้งชุมชนใกล้เคียงก็คงจะเคยเป็นเมืองที่มีชื่อว่า “ศังขะปุระ” ซึ่งคงจะมีความสัมพันธ์ในฐานะเมืองในปกครองของอาณาจักรเจนละ ซึ่งก็คือ อาณาจักรขอม ในสมัยต่อมาที่แผ่อำนาจเข้ามาในเขตลุ่มแม่น้ำมูล-ชี ในช่วงเวลาดังกล่าว
2
ประวัติความเป็นมา
งานอนุรักษ์ ป่าชุมชนดงต่อเป็นป่าที่เป็นไข่แดงล้อมรอบด้วยหมู่บ้านต่างๆ ของ ต.สงเปือย ผืนป่า 1,307 ไร่แห่งนี้ โดดเด่นด้วยระบบนิเวศป่าดิบแล้ง นอกจากต้นเปือยแล้ว มีต้นยางนาขนาดสูงใหญ่จำนวนมากมีอายุนับร้อยปีเป็น 1 ใน 3 ของระดับไม้ในป่า ส่วนไม้ขนาดกลางอายุประมาณ 30 - 40 ปี และไม้ขนาดเล็กอายุประมาณ 20 ปี ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังนับถือเรื่องผีปู่ตาที่คอยปกปักรักษาป่า ภาวะข้าวยากหมากแพงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างปี 2484 - 2488 ผลักดันให้ชาวบ้านรุกป่าเข้าไปหักร้างถางพงทำไร่ปอและมันสำปะหลัง พระครูชินวาทสาทร เจ้าอาวาสวัดบ้านสงเปือย ขอบิณฑบาตพื้นที่คืนและชาวบ้านยอมคืนให้ด้วยความเต็มใจ สิ้นพระครูชินวาทสาทร ต่อมาเจ้าอาวาสวัดศิริราษฎร์พัฒนา (พระครูวรญาณประยุต (ศิริ ญาณฺวีโร) หรือหลวงปู่ศรี) ได้สานต่อแนวคิดในการอนุรักษ์ป่า ทำให้ป่าที่เคยถูกบุกรุกบางส่วนฟื้นตัว ปี 2531 ผู้นำชุมชนเข้ามาแก้ปัญหาการบุกรุกป่าอย่างจริงจัง เป็นจุดเริ่มต้นที่ดึงทั้ง 9 หมู่บ้าน ใน ต.สงเปือยมาทำงานอนุรักษ์ร่วมกัน โดยเจรจาให้ผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ป่าและจัดสรรที่ทำกินให้ ขึ้นทะเบียนป่าดงต่อเป็นป่าชุมชน และจัดตั้งคณะกรรมการป่าเป็นผลสำเร็จในปี 2545 ปี 2556 - 2562 ชุมชนได้ร่วมอนุรักษ์พื้นที่ป่าและร่วมกันสร้างศูนย์พิทักษ์ อนุรักษ์ป่าดงต่อ เพื่อเป็นศูนย์ประสานงาน ศูนย์การเรียนรู้ให้กับชาวบ้านและเยาวชน จัดตั้งเรือนเพาะชำกล้าไม้ หาพันธุ์ไม้มาปลูกในป่าชุมชนและแจกฟรีให้กับเครือข่ายที่ต้องการปลูกป่าตามหัวไร่ปลายนา นอกจากนั้น ยังสามารถขยายเครือข่ายป่าเพิ่ม เช่น ป่าดงเมืองเตยพื้นที่ 199 ไร่ ซึ่งเป็นป่าที่อยู่ในเขตโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดีควบคู่กับเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าบ้านดงเมืองเตยอยู่ห่างจากป่าดงต่อประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีการดำเนินงานเชื่อมโยงระหว่าง 2 ป่า คือการบริหารจัดการป่า และทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนการจัดทำข้อมูล ประสานงานในรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนทั้ง 2 ป่า ป่าบ้านโนนยางพื้นที่ 300 ไร่ ซึ่งเป็นป่าสาธารณประโยชน์ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนป่าชุมชนอยู่ห่างจากป่าดงต่อ 1 กิโลเมตร มีการดำเนินงานเชื่อมโยงระหว่าง 2 ป่า คือการบริหารจัดการป่าร่วมกันกับป่าบ้านโนนยาง และทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนการจัดทำข้อมูล ประสานงานในรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน
3
องค์ความรู้
ชุมชนตำบลสงเปือย (ป่าชุมชนดงต่อ) ประชากร : ครอบคลุม 9 หมู่บ้าน มีประชากร 1,213 ครัวเรือน 4,308 คน ข้อมูล ณ มิถุนายน 2562 พื้นที่ดำเนินงาน : ป่าชุมชนดงต่อ มีพื้นที่ 1,307 ไร่ โดยครอบคลุมพื้นที่ตามหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์ (น.ส.ล.) พ.ศ. 2526 จำนวน 957 ไร่ และขึ้นทะเบียนป่าชุมชนในปี 2545 (หนังสืออนุมัติเลขที่ กษ 0710.4/3771 ลว 13 ก.พ. 2545 มีการต่อทะเบียนป่าชุมชนจนถึงปัจจุบัน) และพื้นที่ขอคืนจากชาวบ้านเพิ่มอีก 350 ไร่ ระยะเวลาในการทำงานอนุรักษ์ : ปี 2531 - ปัจจุบัน (รวม 33 ปี) สรุปความก้าวหน้าหลังจากได้รับรางวัลในปี 2554 การรักษา/การคงสภาพของระบบนิเวศ การใช้พื้นภูมิประวัติศาสตร์ดงเมืองเตยมาเป็นฐานในการเชื่อมโยงการทำงาน ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่รับน้ำในฤดูน้ำหลาก ป่ามีความหลากหลายของพันธุ์พืช ลักษณะป่าเป็นป่าโบราณที่คงสภาพความสมบูรณ์ สภาพป่าเป็นป่าดิบแล้ง หนาแน่นด้วยยางนาอายุนับร้อยปี มีลูกไม้กระจายอยู่จำนวนมาก มีไม้ใหญ่ แมลง สัตว์ในป่าเพิ่มขึ้น ชนิดพันธุ์พืชที่พบมีความหลากหลาย ได้แก่ สัก ยางนา ประดู่ แดง เต็ง รัง เป็นต้น และไม่พบว่ามีไฟไหม้มานานหลายปี ป่าเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ต่างๆ (เช่น แมงอีนูน แมงแคง ไข่มดแดง ตุ่น กิ้งก่า แย้ บ่าง กระรอก กระแต นก) เป็นแหล่งอาหารป่าของคนในอำเภอคำเขื่อนแก้ว อาทิ เห็ดต่างๆ (เช่น เห็ดปลวก เห็ดไคล เห็ดผึ้ง เห็ดระโงก เห็ดกระด้าง เห็ดมันปู เห็ดหน้าวัว เห็ดถ่าน เห็ดเผาะ) พืชผักป่า (เช่น ผักติ้ว ผักเม็ก ใบโมง หญ้านาง หญ้ารีแพร์ มะม่วงหิมพานต์ มะเม่า มะหวด หมากหวดข่า) การปรับตัวของชุมชน เกิดเครือข่ายกลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มการผลิตข้าวอินทรีย์ ต.สงเปือย มีสมาชิก 120 คน 1,108 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 5.90 ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด กลุ่มปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษระดับตำบลมีสมาชิก 20 คน รณรงค์การทำเกษตรอินทรีย์ ให้ความรู้ ลด ละ เลิก การใช้สารเคมีในพื้นที่ดำเนินการจากปี 2554 - 2560 คิดเป็นร้อยละ 50 ครัวเรือนจาก 9 หมู่บ้าน 1,213 ครัวเรือน ฯลฯ มีแผนงานความร่วมมือในการพิทักษ์รักษาป่าชุมชน รวมถึงบทบาทของสตรีที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า ผ่านการตั้งกลุ่มอาชีพ เช่น กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง การแปรรูปอาหาร (ปลาร้าบอง) การเชื่อมโยงป่าชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง ขุดบ่อเพื่อกักเก็บน้ำในพื้นที่ไร่นาของชาวบ้าน เพื่อกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร มากกว่า 2,000 บ่อ เพื่อใช้ในการปลูกผัก มีการจัดการขยะในรูปแบบธนาคารขยะระดับตำบล สู่การมีกองทุนสวัสดิการสำหรับสมาชิกธนาคารขยะ ซึ่งเป็นสวัสดิการด้านการเจ็บป่วยและตาย เช่น สวัสดิการงานศพ 10,000 บาทต่อศพ และเป็นงานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนันร้อยละ 100 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีข้อบัญญัติงบประมาณสนับสนุนงบประมาณประจำปีให้กลุ่มอนุรักษ์ป่า และให้โรงเรียนในการดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเป็นประจำทุกปี การเพิ่มคุณค่าของระบบนิเวศ สร้างเรือนเพาะชำกล้าไม้ เพื่อเป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้เรื่องการเพาะชำไม้พื้นถิ่น เช่น ต้นดอกจาน ตาล แคนา คูน ยางนา เป็นแหล่งอนุบาลกล้าไม้เพื่อใช้ในกิจกรรมการปลูกป่า เป็นแหล่งรวบรวมพันธ์กล้าไม้สำหรับแจกให้แก่ชาวบ้านที่ต้องการปลูกในพื้นที่ส่วนตัวหรือพื้นที่สาธารณะ รวมทั้งเพาะพันธุ์กล้าพะยูง ประดู่ จำนวน 2,500 ต้น มีความหลากหลายของพืชพรรณไม้และพืชสมุนไพร ตลอดทั้งสัตว์ป่า และแมลงกินได้เพิ่มมากขึ้น เช่น แมงอีนูน ไข่มดแดง จิ้งโก่ง แมงแคง และสามารถเป็นอาหารและสร้างรายได้กับชุมชน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทต่อปี สร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านโรงเรียน โดยใช้พื้นที่ป่าเป็นแหล่งเรียนรู้ และพื้นที่ทำกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (วิธีการเก็บหาของป่า สมุนไพร ค่ายสิ่งแวดล้อม ค่ายลูกเสือ เนตรนารี) มีการสืบทอดสู่กลุ่มเยาวชนต้นกล้า โรงเรียนบ้านสงเปือย โดยเป็นนักสื่อความหมายชุมชนและนำเที่ยวแหล่งโบราณสถานป่าดงเมืองเตย ที่เป็นป่าเครือข่าย ป่าชุมชนเป็นพื้นที่รับเหตุได้ เช่น เป็นพื้นที่รับน้ำที่สำคัญ ในบางฤดูกาลจะมีพืชป่า อาหารป่าเพิ่มขึ้นมา การยกระดับกลไก/นวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการ กลไกการทำงานที่มาจากแกนนำทั้ง 9 หมู่บ้าน ในตำบลมีการสืบทอดตำแหน่งผู้นำป่าชุมชน ผ่านตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านและเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาดำเนินงาน สร้างและขยายเครือข่ายป่าในพื้นที่ใกล้เคียงเพิ่มขึ้น 3 แปลงในตำบล ได้แก่ป่าดงเมืองเตย 159 ไร่ ป่าโนนดงยาง 350 ไร่ และป่าโนนยางใหม่ 36 ไร่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีข้อบัญญัติงบประมาณสนับสนุนงบประมาณประจำปีให้กลุ่มอนุรักษ์ป่า และโรงเรียน ตั้งศูนย์อนุรักษ์และพิทักษ์ป่าดงต่อ เพื่อเป็นสถานที่ประสานงาน ห้องสมุด และพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ให้กับคนในชุมชนและนอกชุมชน เกิดการพัฒนาระบบฐานข้อมูลชุมชนที่มีความเป็นปัจจุบัน โดยใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม มีการสืบทอดผ่านการเรียนรู้การมีส่วนร่วมของเวทีประชุมปรึกษาหารือ การทำงานอนุรักษ์ป่าร่วมกันโดยเยาวชนเรียนรู้จากการหาอยู่หากินในป่าร่วมกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง
สิ่งอำนวยความสะดวก
50
รองรับ (คน)
10
ที่จอดรถ (คัน)
1
ห้องน้ำ (จุด)
10
โต๊ะ (ตัว)
50
เก้าอี้ (ตัว)
สื่อและลิงก์เพิ่มเติม
ช่องทางการติดต่อ
ผู้ประสานงาน
นายวินัย กกฝ้าย
เบอร์โทรศัพท์
LINE ID
-
สแกนเลย!
QR Code
สแกน QR Code
เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมผ่านมือถือ
http://yaso.dole.go.th/tmap/detail.php?id=195

สถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจ

ค้นพบและเรียนรู้สถานที่เพิ่มเติมในจังหวัดยโสธร