แหล่งเรียนรู้: บุคคล

ศูนย์พัฒนาอาชีพชุมชนสานกระติบข้าวไผ่ไร่สำโรง

ต.โพนทัน อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร
17 วิว
อัปเดตล่าสุด: 15/08/2026
รูปภาพ
ข้อมูลแหล่งเรียนรู้ / ท่องเที่ยว
สาระการเรียนรู้ / จุดเด่น
กระติบข้าวกระติบข้าวไผ่ไร่สำโรง คือ ภาชนะในการเก็บอาหารที่เป็นงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่าชนิดหนึ่งที่มากด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น
ที่ตั้งรายละเอียด
บ้านสำโรง หมู่ที่ 4 ตำบลโพนทัน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
เวลาให้บริการ
08.30-16.30 ทุกวัน
การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว
วิทยากร / ปราชญ์
นางจารุณี สมหวัง
รายละเอียดเนื้อหา
1
วัตถุประสงค์
กระติ๊บข้าวไผ่ไร่สำโรง ใช้วัสดุจากธรรมชาติ มีเอกลักษณ์สำคัญมาจากการนำเอาไม้ไผ่ไร่มาใช้ คือ ความแข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ ไม้ไผ่ไร่มีข้อดีคือเนื้อไม้มีความหนา เหนียว และยืดหยุ่นสูง เมื่อนำมาจักเป็น "เส้นตอก" (เส้นไม้ไผ่สำหรับสาน) จะได้เส้นที่เหนียว ไม่เปราะหักหรือฉีกขาดง่าย ทำให้กระติบข้าวที่ได้มีความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ากระติบที่ทำจากไม้ไผ่ทั่วไป
2
ประวัติความเป็นมา
กระติ๊บข้าว คือ ภาชนะในการเก็บอาหารที่เป็นงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่าชนิดหนึ่งที่มากด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นของที่มีประจำบ้านของชาวไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือมายาวนาน ใช้สำหรับบรรจุข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วหรือใช้เก็บเมล็ดพันธุ์พืช หรือแม้แต่ใช้เป็นเครื่องประดับในครัวเรือนหรือประดับสถานที่ต่างๆ เป็นเครื่องจักสานที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ ใบจาก ใบตาล ใบลาน ต้นคล้า หรือ จากต้นพืชที่มีลักษณะยาวเรียว การสานกระติบเป็นงานหัตถกรรมที่มีพื้นฐานมาจากสังคมเกษตรกรรม และค่านิยมในการบริโภคข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักของคนไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ แต่เดิมภาชนะที่ใช้บรรจุข้าวเหนียวมักทำจากต้นไม้ต้นเล็กๆ นำมาเจาะลำต้นให้กลวงแล้วตัดเป็นท่อนขนาดสั้นๆเป็นกระบอก มีฝาปิด หรือบางครั้งก็ใช้ไม้ไผ่มาตัดเป็นกระบอกสั้นๆนำมาเป็นภาชนะบรรจุข้าวเหนียว ต่อมามีการคำนึงถึงปริมาณไม้ไผ่ในพื้นที่ซึ่งมีมากบ้างน้อยบ้างและความสะดวก หากนำต้นไผ่มาทั้งต้นแบบเดิมต้นไผ่ก็อาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้งาน อีกทั้งภาชนะบรรจุข้าวเหนียวรูปแบบเดิมก็เทอะทะ พกพาไม่สะดวกในการเดินทางไกล จึงมีการริเริ่มนำเอาไม้ไผ่มาผ่าเป็นซีกเล็กๆ มาเหลาเป็นแผ่นบางๆ นำมาจักสานเป็นตะกร้ากระบุง บรรจุข้าวสาร และพัฒนานำไม้ไผ่มาจักสานมาเป็นภาชนะบรรจุข้าวเหนียว (กระติบ) ซึ่งมีน้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ดีทำให้ไอน้ำระเหยออกไปได้ ซึ่งจะทำให้ข้าวเหนียวที่บรรจุอยู่ภายในยังมีความร้อนและข้าวไม่แฉะด้วยไอน้ำ พกพาง่ายเพราะมีการทำสายสะพาย อีกทั้งยังมีหลายรูปแบบ รูปทรงกลม รูปทรงรี หลากหลายขนาดสอดคล้องกับการใช้งาน คือ กระติบขนาดเล็กสำหรับบรรจุข้าวเหนียวสำหรับรับประทานคนเดียว ขนาดกลางสำหรับรับประทาน 2-3 คน ขนาดใหญ่สำหรับรับประทานทั้งครอบครัว เป็นต้น ซึ่งผู้สานจะใช้ช่วงเวลาว่างหลังจากการทำไร่ทำนา เลือกใช้ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งหาได้ในท้องถิ่นมาผลิตเป็นเครื่องจักสาน เพื่อความสุข สนุกเพลิดเพลินในการรวมกลุ่มกันทำงานหัถกรรม ตลอดจนสนองประโยชน์ใช้สอยในครัวเรือนของตนเองและสมาชิกในครอบครัว การสานกระติบเป็นงานที่มักจะกระทำกันภายในครอบครัวหรือชุมชน ซึ่งหลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้ว คนในครอบครัวจะมารวมกันเพื่อช่วยกันทำงาน ทำให้เกิดความอบอุ่น สมัครสมานสามัคคีเพราะเมื่อมารวมตัวกันทำงาน ก็จะมีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันถึงเรื่องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในแง่มุมต่างๆ ตลอดจนสอนลูกสอนหลานไปด้วย ก่อให้เกิดให้เป็นภูมิปัญญาพื้นถิ่นที่ตกทอดและสืบสานกันมาจากรุ่นสู่รุ่น รูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานจึงเป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีความ งามบริสุทธิ์แบบธรรมชาติ สะท้อนถึงความเป็นอิสระและการแสดงออกถึงความเฉลียวฉลาดและความสามารถของผู้จักสาน ชี้ให้เห็นคุณค่าทางอารธรรมในการเข้าใจใช้วัสดุธรรมชาติให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมของการดำรงชีวิต อีกทั้งยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานอีกด้วย
3
องค์ความรู้
กระติบข้าวไผ่ไร่ คือกระติบบรรจุข้าวเหนียวที่สานขึ้นจาก "ไม้ไผ่ไร่" ซึ่งเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในงานจักสานหัตถกรรมพื้นบ้านของชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เนื่องจากมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าไม้ไผ่ชนิดอื่นๆ ดังนี้ครับ: 1. ความแข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ ไม้ไผ่ไร่มีข้อดีคือเนื้อไม้มีความหนา เหนียว และยืดหยุ่นสูง เมื่อนำมาจักเป็น "เส้นตอก" (เส้นไม้ไผ่สำหรับสาน) จะได้เส้นที่เหนียว ไม่เปราะหักหรือฉีกขาดง่าย ทำให้กระติบข้าวที่ได้มีความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ากระติบที่ทำจากไม้ไผ่ทั่วไป 2. งานสานที่ละเอียดและประณีต เนื่องจากไม้ไผ่ไร่สามารถนำมาขูดและเหลาให้เป็นเส้นตอกที่เรียบ อ่อน และบางมากๆ ได้ (บางถึง 0.05 เซนติเมตร) จึงช่วยให้ช่างจักสานสามารถขึ้นลวดลายที่ละเอียด ถี่ และประณีตได้ดีมาก อีกทั้งเส้นตอกที่อ่อนยังช่วยให้สานได้ง่ายและไม่เจ็บมือ 3. การเก็บความร้อนและกันข้าวแฉะ ภูมิปัญญาในการสานกระติบข้าวไผ่ไร่มักจะใช้เทคนิค "การสาน 2 ชั้น" ซึ่งช่องว่างระหว่างชั้นจะช่วยกักเก็บความร้อน ทำให้ข้าวเหนียวอุ่นอยู่ได้นาน นอกจากนี้ คุณสมบัติของเนื้อไม้ไผ่ไร่ยังช่วยดูดซับไอน้ำหยดเล็กๆ ภายในกระติบ ทำให้ข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ๆ ไม่แฉะติดภาชนะ 4. การตกแต่งและเพิ่มความทนทาน กระติบข้าวไผ่ไร่ที่ได้มาตรฐานและสวยงาม มักจะมีการเสริมความแข็งแรงด้วยวิธีธรรมชาติต่างๆ เช่น: การเย็บขอบด้วยหวายแท้: บริเวณฝาปิดและฐาน (เชิง) มักจะเย็บร้อยด้วยหวายแท้เพื่อความเหนียวแน่นและสวยงาม การรมควัน: หลังจากสานเสร็จ มักจะนำกระติบไปรมควัน (เช่น ควันจากฟางข้าว) เพื่อป้องกันมอด แมลงเจาะ ป้องกันเชื้อราดำ และยังทำให้ไม้ไผ่มีสีสันคลาสสิกสวยงาม
สิ่งอำนวยความสะดวก
50
รองรับ (คน)
20
ที่จอดรถ (คัน)
1
ห้องน้ำ (จุด)
20
โต๊ะ (ตัว)
100
เก้าอี้ (ตัว)
ช่องทางการติดต่อ
ผู้ประสานงาน
นางสาวอภิญญา พาสุข
เบอร์โทรศัพท์
LINE ID
-
Facebook
-
TikTok
-
สแกนเลย!
QR Code
สแกน QR Code
เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมผ่านมือถือ
http://yaso.dole.go.th/tmap/detail.php?id=222

สถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจ

ค้นพบและเรียนรู้สถานที่เพิ่มเติมในจังหวัดยโสธร