วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น.
นายประพันธ์ ทองพราว ผู้อำนวยการ สำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดยโสธร เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามแผนการพัฒนาลูกเสือไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ




พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามแผนการพัฒนาลูกเสือไทยประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และพิธีมอบโล่รางวัลการประกวดในการร่วมกิจกรรมวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ประจำปี 2568

โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายขจร ศรีชวโนทัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวรัท พฤษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาลูกเสือไทย เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ


พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ กล่าวว่าการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ตามแผนการพัฒนาลูกเสือไทย กลไกสำคัญของการทำงานในพื้นที่ นั่นคือ คณะกรรมการลูกเสือจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ มีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ดังนั้น แผนการพัฒนาลูกเสือไทย ประจำปี 2567 – 2570 มุ่งเน้นให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับนโยบาย และระดับปฏิบัติในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายร่วมกัน ในการยกระดับคุณภาพ ของกิจกรรมลูกเสือ การพัฒนาผู้บังคับบัญชา การจัดกิจกรรม ที่ตอบโจทย์ยุคสมัย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมีความเชื่อว่าคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด จะขับเคลื่อนงานตามอำนาจหน้าที่ ที่กำหนดไว้ตาม พรบ.ลูกเสือแห่งชาติ พ.ศ. 2551 มาตรา 31 เช่น การส่งเสริมและสนับสนุนความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของกิจการลูกเสือ สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากรทางการลูกเสือในจังหวัด เป็นต้น
กล่าวตอนหนึ่งอีกว่า อยากจะฝาก คือ การปรับกิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษา ให้เหมาะสมกับช่วงวัย ให้มีความน่าสนใจ และทันสมัยมากขึ้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกเสือ รวมทั้งการปลูกฝังความมีระเบียบวินัย ปฏิบัติตามกฎและคำปฏิญาณของลูกเสือ “ลูกเสือช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ ทำดี ทำได้ ทำทันที” มีจิตสาธารณะเห็นประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน เพื่อให้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม นอกจากนี้ นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข” ที่ต้องการลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง โดยการปรับเครื่องแบบลูกเสือให้เหมาะสมกับกิจกรรม และการแต่งกายที่แสดงออกเป็นเชิงสัญลักษณ์ของลูกเสือ เช่น สวมหมวก ผ้าพันคอ เครื่องหมายลูกเสือ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำกิจกรรม และลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และขอชื่นชม และขอบคุณทุกท่านที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันและสนับสนุนกิจการลูกเสือมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับประเทศและระดับจังหวัด และขอให้การประชุมในครั้งนี้ เป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้ เสนอแนวคิด และกำหนดกลยุทธ์ที่นำไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของการพัฒนากิจการลูกเสือไทยให้รุ่งเรืองสืบไป
ทั้งนี้ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนากิจการลูกเสือในฐานะเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างเยาว ชนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีภาวะผู้นำ และจิตสาธารณะ พร้อมก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ภายใต้บริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในการนี้ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติได้จัดทำ “แผนการพัฒนาลูกเสือไทย พ.ศ. 2567 – 2570” ซึ่งมีกรอบแนวทางยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ชาติ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพกำลังคนผ่านกิจกรรมลูกเสือ การยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามแผนการพัฒนาลูกเสือไทย (พ.ศ. 2567 – 2570) ไปสู่การปฏิบัติระดับจังหวัด ที่จำเป็นต้องวิเคราะห์และประสานความเชื่อมโยงให้สอดคล้องในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามแผน รวมทั้งนำสภาพปัญหา ความต้องการและความเร่งด่วนของทุกจังหวัดมาเป็นจุดเน้นของการพัฒนาการลูกเสือไทยในพื้นที่ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ จึงจำเป็นต้องมีการสื่อสาร ทบทวนหรือจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนากิจกรรมลูกเสือไทยระดับจังหวัด เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการลูกเสือไทยในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดผลต่อการพัฒนาลูกเสือไทยอย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามแผนการพัฒนาลูกเสือไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
ผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 270 คน ประกอบด้วย
1. หัวหน้าสำนักงานลูกเสือจังหวัด 76 คน
(ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ของทุกจังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร)
2. ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานลูกเสือจังหวัด จำนวน 76 คน (ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด ของทุกจังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร)
3. ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา 76 คน ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต ๑ ของทุกจังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร
4. ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร และผู้รับผิดชอบงานลูกเสือในสังกัดสำนักงานลูกเสือกรุงเทพมหานคร รวม 3 คน
5. ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ผู้แทนกรมส่งเสริมการเรียนรู้ แห่งละ 2 คน รวม 8 คน
