Posted in

DAI คืออะไร: แผนที่ความรู้เรื่องสเตเบิลคอยน์แบบกระจายศูนย์ กลไก ความเสี่ยง และวิธีตรวจสอบก่อนใช้งาน

แผนภาพเครือข่ายอธิบาย DAI ตั้งแต่หลักประกันและห้องนิรภัยไปจนถึงกลไกรักษามูลค่า การใช้งาน และจุดเสี่ยงที่ต้องตรวจสอบ

DAI คือสเตเบิลคอยน์ที่ออกผ่านระบบสัญญาอัจฉริยะโดยมีเป้าหมายรักษามูลค่าใกล้ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ใช้สามารถถือหรือโอน DAI ได้เหมือนโทเคนทั่วไป แต่เบื้องหลังไม่ได้มีเพียงเงินสำรองในบัญชีธนาคาร กลไกของมันเชื่อมโยงหลักประกัน หนี้ ค่าธรรมเนียม การชำระบัญชี ตลาดภายนอก ออราเคิล และการกำกับดูแลเข้าด้วยกัน จึงควรมอง DAI ว่าเป็นสินทรัพย์ที่พยายามรักษา “หมุดราคาแบบยืดหยุ่น” ไม่ใช่คำรับประกันว่าจะแลกได้หนึ่งดอลลาร์ในทุกสถานการณ์ [1]

แผนที่หัวข้อและสามเส้นทางการอ่าน

ขอบเขตของแผนที่นี้ครอบคลุมสิ่งที่ผู้ถือ ผู้โอน และผู้ศึกษากลไก DAI จำเป็นต้องรู้ โดยไม่ลงลึกถึงการเปิดสถานะกู้ยืม การทำบอตประมูล หรือกลยุทธ์สร้างผลตอบแทนเฉพาะบุคคล

โหนดหลักของแผนที่

  1. นิยาม: DAI คืออะไร และคำว่า “กระจายศูนย์” มีขอบเขตเพียงใด
  2. การออกเหรียญ: หลักประกัน ห้องนิรภัย หนี้ และค่าธรรมเนียมทำงานร่วมกันอย่างไร
  3. การรักษาราคา: เหตุใดราคาจึงมีแนวโน้มกลับเข้าใกล้เป้าหมาย แต่ยังเบี่ยงเบนได้
  4. การใช้งาน: การถือ โอน แลก และใช้ในแอปพลิเคชันการเงินแบบกระจายศูนย์
  5. ข้อจำกัด: ความเสี่ยงจากหลักประกัน สัญญาอัจฉริยะ การกำกับดูแล ออราเคิล และสภาพคล่อง
  6. การตรวจสอบ: เครือข่าย ที่อยู่สัญญา ราคา เงื่อนไขบริการ และธุรกรรมก่อนยืนยัน

เส้นทาง “เข้าใจอย่างรวดเร็ว”: อ่านโหนด 1 → 2 → 5 คุณจะอธิบายได้ว่า DAI ต่างจากเงินดอลลาร์และสเตเบิลคอยน์ที่อาศัยผู้ออกส่วนกลางอย่างไร รวมถึงเข้าใจว่าเหตุใดคำว่า “ราคาเสถียร” จึงไม่ได้แปลว่า “ไร้ความเสี่ยง”

เส้นทาง “เตรียมลงมือใช้งาน”: อ่านโหนด 1 → 4 → 5 → 6 ผลลัพธ์ที่ควรได้คือรายการตรวจสอบก่อนรับ ส่ง หรือแลก DAI โดยเน้นเครือข่าย ที่อยู่ปลายทาง ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

เส้นทาง “ทำความเข้าใจเชิงเทคนิค”: อ่านโหนด 1 → 2 → 3 → รายละเอียดสัญญาอัจฉริยะ → 5 คุณจะเห็นความสัมพันธ์ตั้งแต่การสร้างหนี้ในระบบไปจนถึงการชำระบัญชีและการจัดการภาวะขาดดุล

โหนดที่ 1: DAI เป็นสเตเบิลคอยน์ประเภทใด

DAI เป็นโทเคนที่มีอุปทานเปลี่ยนแปลงได้ตามกิจกรรมของระบบ ไม่ได้ถูกขุดด้วยกลไกแบบ Bitcoin และไม่ใช่ยอดเงินดอลลาร์ในบัญชีธนาคารของผู้ถือโดยตรง สัญญาโทเคนรองรับการสร้าง การเผา การโอน และการอนุมัติให้สัญญาอื่นเคลื่อนย้ายโทเคนตามสิทธิที่ผู้ใช้มอบให้ เอกสารทางเทคนิคระบุว่า DAI ฝั่งผู้ใช้เป็นโทเคน ERC-20 และใช้ทศนิยม 18 ตำแหน่ง [2]

คำว่า “กระจายศูนย์” ในบริบทนี้หมายถึงการดำเนินงานส่วนสำคัญผ่านสัญญาอัจฉริยะบนบล็อกเชน การตรวจสอบสถานะบนเชน และการกำหนดพารามิเตอร์ผ่านกระบวนการกำกับดูแล อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าไม่มีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่มีจุดพึ่งพา ระบบยังต้องอาศัยข้อมูลราคา ผู้เข้าร่วมตลาด ผู้ดำเนินการชำระบัญชี การตัดสินใจด้านความเสี่ยง และคุณสมบัติของสินทรัพย์หลักประกันแต่ละชนิด

ดังนั้น DAI อยู่ระหว่างสองแนวคิดที่มักถูกนำมาปะปนกัน: มันไม่ใช่เงินฝากธนาคารที่รับประกันการไถ่ถอนโดยอัตโนมัติ และไม่ใช่เหรียญที่พยายามตรึงราคาโดยไม่มีสินทรัพย์หรือกลไกรองรับเลย การประเมินระดับการกระจายศูนย์ต้องดูองค์ประกอบปัจจุบันของหลักประกัน สิทธิของการกำกับดูแล และการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานภายนอก ไม่ใช่ดูเพียงชื่อหมวดหมู่

อีกบริบทหนึ่งที่อาจทำให้สับสนคือการเปลี่ยนชื่อระบบนิเวศ Maker เป็น Sky ในปี 2024 ปัจจุบันระบบนิเวศระบุ USDS ว่าเป็นเวอร์ชันอัปเกรดของ DAI แต่ DAI และ USDS ยังคงเป็นโทเคนคนละรายการ ผู้ใช้จึงไม่ควรเลือกสินทรัพย์จากชื่อที่คล้ายกันหรือสมมติว่าจะถูกแปลงให้อัตโนมัติ [3]

โหนดที่ 2: DAI ถูกสร้างขึ้นอย่างไร

แบบจำลองพื้นฐานเริ่มจากผู้ใช้ฝากสินทรัพย์ประเภทที่ระบบรองรับไว้ในห้องนิรภัยหรือ Vault จากนั้นจึงสร้างหนี้ในรูป DAI ภายใต้เพดานและพารามิเตอร์ความเสี่ยงของหลักประกันประเภทนั้น เอกสาร Maker Protocol อธิบายระบบ Multi-Collateral Dai ว่าเป็นแพลตฟอร์มสัญญาอัจฉริยะที่ใช้หลักประกันหลายประเภท โดยสินทรัพย์แต่ละประเภทต้องได้รับอนุมัติและมีพารามิเตอร์เฉพาะ [4]

ตัวอย่างเชิงโครงสร้างโดยไม่สมมติอัตราจริง: หากผู้ใช้ล็อกสินทรัพย์มูลค่าตลาดสูงกว่าหนี้ DAI ที่ต้องการสร้าง ห้องนิรภัยจะมีส่วนกันชนสำหรับการเปลี่ยนแปลงของราคา หากมูลค่าหลักประกันลดลงจนสถานะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ระบบกำหนด อาจเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีเพื่อนำหลักประกันมาจัดการหนี้ เกณฑ์ อัตราค่าธรรมเนียม เพดานหนี้ และสินทรัพย์ที่ยอมรับเป็นข้อมูลเปลี่ยนแปลงได้ จึงต้องตรวจสอบจากสถานะการกำกับดูแลและสัญญาปัจจุบันก่อนเปิดสถานะ

ค่าธรรมเนียมเสถียรภาพไม่ใช่ค่าธรรมเนียมการโอนบนบล็อกเชน ค่าธรรมเนียมประเภทแรกสัมพันธ์กับหนี้ของห้องนิรภัย ส่วนค่าธรรมเนียมเครือข่ายเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับส่งธุรกรรม ทั้งสองรายการอาจเกิดขึ้นในกระบวนการเดียวกัน แต่มีผู้รับ กลไกคำนวณ และปัจจัยเปลี่ยนแปลงต่างกัน เอกสารของโปรโตคอลอธิบายว่าหนี้ของ Vault สะสมค่าธรรมเนียมตามพารามิเตอร์ของหลักประกัน และระบบบันทึกยอดผ่านโมดูลบัญชีภายใน [5]

รายละเอียดเชิงเทคนิค: จากบัญชีหนี้ภายในสู่โทเคน DAI

ระบบแยกบัญชีหนี้ภายในออกจากโทเคน ERC-20 ที่ผู้ใช้เห็นในกระเป๋า โมดูลแกนกลางติดตามหลักประกัน หนี้ และพารามิเตอร์สะสม ขณะที่สัญญา DAI ทำหน้าที่เป็นโทเคนฝั่งผู้ใช้และมีตัวเชื่อมสำหรับนำยอดเข้าออกจากระบบบัญชีภายใน [2]

เมื่อค่าธรรมเนียมสะสม โมดูลอัตราจะปรับตัวคูณของหนี้ตามเวลาที่ผ่านไป ทำให้ยอดหนี้รวมของ Vault เปลี่ยนได้แม้จำนวนหนี้ฐานที่บันทึกไว้ไม่เปลี่ยน การออกแบบนี้ช่วยให้ระบบไม่ต้องวนคำนวณห้องนิรภัยทุกแห่งพร้อมกัน [5]

ความสามารถในการสร้างหรือเผา DAI ในสัญญาไม่ได้หมายความว่ากระเป๋าทั่วไปสามารถเรียกสร้างเหรียญได้โดยเสรี การดำเนินการที่มีสิทธิพิเศษถูกจำกัดด้วยโครงสร้างการอนุญาตของสัญญาและโมดูลที่เชื่อมต่อกัน ผู้ตรวจสอบเชิงเทคนิคจึงควรดูทั้งซอร์สโค้ดที่ยืนยันแล้ว ที่อยู่สัญญา และสิทธิของโมดูล ไม่ใช่ตรวจเฉพาะชื่อโทเคน

โหนดที่ 3: กลไกรักษาราคาใกล้หนึ่งดอลลาร์

เป้าหมายของ DAI เป็นหมุดราคาแบบยืดหยุ่นที่ 1 DAI ใกล้เคียง 1 ดอลลาร์สหรัฐ ไม่ใช่การกำหนดราคาตายตัวให้ตลาดซื้อขายที่หนึ่งดอลลาร์เสมอ ราคาจริงเกิดจากอุปสงค์ อุปทาน สภาพคล่อง และความคาดหวังของผู้เข้าร่วมตลาด จึงอาจสูงหรือต่ำกว่าเป้าหมายได้ [1]

เมื่อราคา DAI เบี่ยงเบน แรงจูงใจทางเศรษฐกิจอาจทำให้ผู้ใช้สร้าง ชำระหนี้ ซื้อ หรือขาย DAI จนราคาขยับกลับเข้าใกล้เป้าหมาย โมดูลการแปลงสภาพคล่องที่โปรโตคอลเปิดใช้ในขณะนั้นอาจช่วยลดส่วนต่างเพิ่มเติม แต่ความสามารถและสินทรัพย์ที่รองรับต้องตรวจสอบแยกต่างหาก เพราะพารามิเตอร์และสถานะของโมดูลสามารถเปลี่ยนผ่านการกำกับดูแลได้

ระบบยังใช้กระบวนการชำระบัญชีเมื่อหลักประกันของห้องนิรภัยไม่เพียงพอตามเกณฑ์ แนวคิดคือจำกัดการสะสมของหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน อย่างไรก็ดี ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับราคาที่ออราเคิลรายงาน สภาพคล่องของหลักประกัน ความพร้อมของผู้เข้าร่วมประมูล ความหนาแน่นของเครือข่าย และการตั้งค่าความเสี่ยง เอกสารโปรโตคอลระบุว่ากลไกประมูลและผู้เข้าร่วมภายนอกมีบทบาทในการรักษาสมดุลของระบบ [6]

ในเหตุการณ์รุนแรง โปรโตคอลมีแนวคิด Emergency Shutdown สำหรับหยุดการทำงานบางส่วนและเข้าสู่ขั้นตอนชำระระบบ กลไกนี้เป็นมาตรการปลายทาง ไม่ใช่ประกันว่าผู้ถือจะได้รับมูลค่าเท่ากับหนึ่งดอลลาร์ทันที และผลลัพธ์ยังสัมพันธ์กับสถานะหลักประกัน หนี้ และขั้นตอนของสัญญาในขณะนั้น [1]

โหนดที่ 4: DAI ใช้ทำอะไรได้บ้าง

กรณีใช้งานพื้นฐานคือการโอนมูลค่าบนบล็อกเชนโดยไม่ต้องรับความผันผวนแบบเดียวกับสินทรัพย์อย่าง BTC หรือ ETH ในทุกช่วงเวลา DAI ยังอาจใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงในตลาดซื้อขาย เป็นหลักประกันหรือสภาพคล่องในแอปพลิเคชัน DeFi และเป็นหน่วยสำหรับชำระบัญชีระหว่างกระเป๋า แต่แต่ละแพลตฟอร์มอาจรองรับคนละเครือข่าย คนละเวอร์ชันของโทเคน และคนละชุดสัญญา

การถือ DAI เพียงอย่างเดียวไม่ทำให้เกิดผลตอบแทนอัตโนมัติ หากมีบริการฝาก ออม ให้ยืม หรือแปลงเป็นโทเคนที่สะสมผลตอบแทน นั่นคือการนำ DAI เข้าไปเกี่ยวข้องกับสัญญาหรือผลิตภัณฑ์อีกชั้นหนึ่ง ความเสี่ยงจึงเพิ่มจากตัว DAI ไปสู่ความเสี่ยงของแพลตฟอร์ม สัญญา คู่สัญญา สภาพคล่อง และเงื่อนไขถอนเงิน อัตราที่แสดงในผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นข้อมูลแบบไดนามิกและไม่ควรถูกมองว่าเป็นกำไรที่รับประกัน

ผู้ใช้ที่เพียงต้องการรับ DAI ไม่จำเป็นต้องเปิด Vault หรือจัดการหลักประกันด้วยตนเอง สามารถรับจากบุคคลอื่นหรือแลกผ่านบริการที่รองรับได้ แต่ควรแยกให้ชัดระหว่าง “การซื้อหรือรับ DAI” กับ “การสร้าง DAI ด้วยหนี้ที่มีหลักประกัน” เพราะอย่างหลังมีความเสี่ยงด้านการชำระบัญชีและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

โหนดที่ 5: ความเสี่ยงที่คำว่า Stablecoin ไม่ได้ขจัดออกไป

ความเสี่ยงและสิ่งที่ควรตรวจสอบแยกกัน
ความเสี่ยง ผลที่อาจเกิดขึ้น จุดตรวจสอบ
ราคาหลุดจากหมุด มูลค่าตลาดของ DAI อาจต่ำหรือสูงกว่าหนึ่งดอลลาร์ ดูราคาจากหลายตลาด สภาพคล่อง และส่วนต่างก่อนทำรายการ
หลักประกันและการชำระบัญชี การลดลงรวดเร็วของหลักประกันอาจสร้างแรงกดดันต่อระบบ ตรวจประเภทหลักประกัน พารามิเตอร์ความเสี่ยง และสถานะหนี้ปัจจุบัน
สัญญาอัจฉริยะ ข้อผิดพลาด การตั้งค่าสิทธิ หรือการเชื่อมต่อกับโปรโตคอลอื่นอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ยืนยันที่อยู่สัญญา ซอร์สโค้ด และโปรโตคอลที่กำลังอนุมัติสิทธิ
ออราเคิลและการกำกับดูแล ข้อมูลราคาหรือการเปลี่ยนพารามิเตอร์อาจส่งผลต่อ Vault และเสถียรภาพ ดูข้อเสนอและการเปลี่ยนแปลงที่มีผลจริงบนเชน
เครือข่ายหรือบริดจ์ DAI ที่อยู่บนเครือข่ายอื่นอาจเป็นโทเคนที่เชื่อมผ่านบริดจ์และมีความเสี่ยงเพิ่ม ตรวจต้นทางของโทเคน บริดจ์ ผู้ออก และที่อยู่สัญญาในเครือข่ายนั้น
ธุรกรรมผิดพลาด การส่งผิดที่อยู่ ผิดเครือข่าย หรือผิดโทเคนอาจเรียกคืนไม่ได้ เทียบอักขระต้นและท้าย ส่งจำนวนทดสอบ และตรวจธุรกรรมในบล็อกเอ็กซ์พลอเรอร์
ฟิชชิงและการอนุมัติสิทธิ เว็บไซต์หรือสัญญาปลอมอาจขอสิทธิใช้ DAI จากกระเป๋า ตรวจโดเมนและปลายทางที่กระเป๋าแสดง จำกัดวงเงินอนุมัติ และเพิกถอนสิทธิที่ไม่ใช้
กฎของแต่ละประเทศ ข้อกำหนดด้านภาษี การรายงาน และการใช้บริการอาจแตกต่างกัน ตรวจข้อกำหนดล่าสุดในเขตอำนาจที่เกี่ยวข้องก่อนทำรายการ

ความเสี่ยงบางรายการซ้อนทับกัน ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้อาจถือ DAI ของแท้แต่ฝากไว้ในสัญญาที่มีช่องโหว่ หรืออาจเลือกเครือข่ายถูกต้องแต่คัดลอกที่อยู่ฝากของสินทรัพย์คนละชนิด การตรวจชื่อ “DAI” เพียงจุดเดียวจึงไม่เพียงพอ

โหนดที่ 6: ขั้นตอนตรวจสอบก่อนรับ ส่ง หรือแลก DAI

  1. ระบุวัตถุประสงค์ของรายการ: ต้องการถือ DAI โอนให้บุคคลอื่น แลกเป็นสินทรัพย์อื่น หรือใช้กับสัญญา DeFi แต่ละกรณีต้องตรวจคนละชุดข้อมูล
  2. ยืนยันสินทรัพย์: แยก DAI ออกจาก USDS และโทเคนที่ใช้ชื่อหรือสัญลักษณ์คล้ายกัน อย่าอาศัยโลโก้เพียงอย่างเดียว
  3. ยืนยันเครือข่ายและสัญญา: DAI ต้นฉบับบน Ethereum มีสัญญาที่เผยแพร่และตรวจสอบซอร์สโค้ดได้บนบล็อกเอ็กซ์พลอเรอร์ ส่วน DAI บนเครือข่ายอื่นต้องตรวจว่ามาจากกลไกใด ไม่ควรนำที่อยู่สัญญาของเครือข่ายหนึ่งไปใช้กับอีกเครือข่าย [7]
  4. ตรวจว่าปลายทางรองรับจริง: คำว่า “รองรับ DAI” ไม่ได้หมายความว่ารองรับทุกเครือข่ายหรือทุกเส้นทางฝากถอน ชื่อเครือข่ายต้องตรงกันทั้งฝั่งส่งและรับ
  5. ตรวจต้นทุนรวม: เปรียบเทียบราคาซื้อขาย ส่วนต่าง ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมเครือข่ายจากข้อมูลที่แสดงก่อนยืนยัน ไม่ควรคาดเดาจากตัวเลขของธุรกรรมก่อนหน้า
  6. ทบทวนที่อยู่และจำนวน: หากเงื่อนไขเอื้ออำนวย ให้ส่งจำนวนเล็กน้อยเพื่อทดสอบก่อน แล้วตรวจสถานะในบล็อกเอ็กซ์พลอเรอร์
  7. ตรวจสิทธิและข้อความจากกระเป๋า: การโอนธรรมดา การอนุมัติให้สัญญาใช้โทเคน และการลงนามข้อความเป็นคนละการกระทำ หากกระเป๋าขอสิทธิเกินวัตถุประสงค์ ควรหยุดและตรวจใหม่
  8. เก็บหลักฐาน: บันทึกหมายเลขธุรกรรม รายละเอียดคำสั่ง และข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำบัญชีหรือปฏิบัติตามข้อกำหนดในประเทศของตน

การนำไปใช้จริง: แลก DAI โดยไม่ข้ามขั้นตอนตรวจสอบ

บริการแลกเปลี่ยนรองรับ DAI แต่ไม่ควรอนุมานว่ามีทุกคู่สินทรัพย์ ทุกเครือข่าย หรือทุกทิศทางในเวลาเดียวกัน ก่อนสร้างคำขอควร ตรวจสอบเส้นทางแลกเปลี่ยน DAI ที่เปิดให้บริการในขณะนี้ แล้วเทียบชื่อสินทรัพย์ เครือข่าย ที่อยู่รับ จำนวนสุทธิ และเงื่อนไขที่แสดงบนหน้ารายการ

ข้อกำหนดการตรวจสอบอาจแตกต่างกันตามทิศทางของธุรกรรมและผลการตรวจด้านการปฏิบัติตามกฎ จึงควรอ่านเงื่อนไขล่าสุดก่อนสร้างคำขอ หากข้อมูลเครือข่ายหรือปลายทางไม่ตรงกัน อย่าส่งเหรียญโดยหวังว่าผู้ให้บริการจะเปลี่ยนเครือข่ายให้ภายหลัง เพราะธุรกรรมบล็อกเชนที่ยืนยันแล้วมักย้อนกลับไม่ได้

แก่นของการใช้ DAI อย่างรอบคอบคือแยกการตรวจออกเป็นสามชั้น: ตรวจว่าเป็น DAI ที่ถูกต้อง ตรวจว่ากำลังใช้เครือข่ายและปลายทางที่รองรับ และตรวจว่าราคาและเงื่อนไข ณ เวลาทำรายการยอมรับได้ ความเข้าใจกลไกหลักประกันช่วยประเมินความเสี่ยงของสินทรัพย์ ส่วนรายการตรวจสอบทั้งสามชั้นช่วยลดความผิดพลาดในธุรกรรมจริง