ส่งเสริมและสร้างนิสัยรักการอ่าน: กระตุ้นให้ประชาชน เด็ก และเยาวชนในชุมชนมีนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน
ขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้: ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงหนังสือและสื่อความรู้ โดยกระจายหนังสือดีๆ ลงสู่พื้นที่ระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ให้ผู้คนเข้าถึงได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไกล
ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning): เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการศึกษาตามอัธยาศัยที่เปิดกว้าง ให้คนทุกช่วงวัยสามารถศึกษาหาความรู้ พัฒนาทักษะอาชีพ และดูแลสุขภาพตนเองได้ตามความสนใจ
สร้างศูนย์กลางการพบปะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้: ใช้พื้นที่เป็นจุดศูนย์รวมของคนในชุมชนเพื่อพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกัน และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน
สนับสนุนข่าวสารข้อมูลของชุมชน: เป็นช่องทางในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร คำแนะนำจากภาครัฐ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต
ประวัติความเป็นมาของมุมบ้านหนังสือชุมชนมุมบ้านหนังสือชุมชน มีจุดเริ่มต้นมาจากนโยบายการกระจายโอกาสทางการศึกษาและการส่งเสริมการอ่านในระดับฐานรากของประเทศ ซึ่งดำเนินการโดย สำนักงาน กศน. (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเดิม) ก่อนจะส่งต่อภารกิจมายัง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ในปัจจุบัน การยกระดับสู่ "บ้านหนังสือชุมชน": ต่อมา สำนักงาน กศน. ได้ปรับรูปแบบให้มีความยั่งยืน โดยเปลี่ยนจากการส่งมอบหนังสือเพียงอย่างเดียว มาเป็นการขอความร่วมมือจากคนในพื้นที่ ใช้พื้นที่บ้านผู้นำชุมชน ร้านค้า ศาลาอเนกประสงค์ หรือร้านกาแฟ จัดตั้งเป็น "บ้านหนังสือชุมชน" เพื่อให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน
การบริหารและจัดมุมบ้านหนังสือชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ครอบคลุมองค์ความรู้สำคัญ 4 ด้านหลัก ดังนี้
1. การบริหารจัดการสถานที่และบรรยากาศ (Space Management)
หลัก 3 ส. (สะดวก สบาย สว่าง): เลือกจุดที่เข้าถึงง่าย เช่น ร้านค้าประจำหมู่บ้าน บ้านผู้นำ หรือศาลาประชาคม มีแสงสว่างเพียงพอ และมีที่นั่งอ่านสบาย
ความยืดหยุ่นของพื้นที่: จัดวางชั้นหนังสือหรือมุมอ่านหนังสือให้เป็นระเบียบ ไม่เกะกะ แต่สะดุดตาและเชิญชวนให้อ่าน
2. การคัดเลือกและคัดแยกหมวดหมู่สื่อ (Content & Collection Management)
หมวดหมู่ตรงใจชุมชน: จัดกลุ่มหนังสือตามวิถีชีวิต เช่น การเกษตร/อาชีพ, สุขภาพ/การดูแลตนเอง, นิทาน/เยาวชน, และคู่มือความรู้ทั่วไป
หมุนเวียนสื่อ (Book Circulation): หมุนเวียนหนังสือกับ สกร. ตำบล/อำเภอ หรือห้องสมุดประชาชน เพื่อแก้ปัญหาหนังสือเก่าและซ้ำ
การผสมผสานสื่อดิจิทัล (Hybrid Learning): จัดทำบอร์ด QR Code เชื่อมโยงกับ E-Book, คลังความรู้ สกร., หรือคลิปวิดีโอสาธิตอาชีพสำหรับผู้ใช้สมาร์ตโฟน
3. การส่งเสริมการอ่านและจัดกิจกรรม (Reading Promotion)
กิจกรรมตรงกลุ่มเป้าหมาย: เช่น กิจกรรมเล่านิทานสำหรับเด็ก, มุมอ่านหนังสือพิมพ์สำหรับผู้สูงอายุ, หรือมุมความรู้เทคโนโลยีการเกษตรสำหรับแรงงาน
การเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่น: ใช้พื้นที่เป็นจุดจัดแสดงหรือจัดเก็บองค์ความรู้ในชุมชน เช่น ปรกรกปราชญ์ชาวบ้าน หรือประวัติศาสตร์ชุมชน
4. การมีส่วนร่วมและการสร้างเครือข่าย (Community Engagement)
อาสาสมัครรักการอ่าน: สร้างระบบอาสาสมัครในพื้นที่ดูแล คอยเปิด-ปิด นำเสนอหนังสือใหม่ และดูแลรักษาสื่อ
การบริจาคและแบ่งปัน: เปิดรับบริจาคหนังสือมือสองสภาพดีจากคนในชุมชน เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน (Sense of Ownership)